ฮวงจุ้ย ดาว 9 ยุค: กฎบ้านพักอาศัย 30 ข้อ (แบบที่ 2)

[1] ในชนบท ซึ่งมีธรรมชาติ มีแม่น้ำลำธาร มีทะเล มีภูเขา การตรวจดูวิธีการเดินดาว จะยึดถือธรรมชาติเป็นหลัก โดยถือน้ำเป็นน้ำ ภูเขาเป็นภูเขา แต่ในเมืองที่แออัดไปด้วยตึก และไม่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์เช่นในชนบท ให้ถือพื้นบ้านของเรา เป็นเกณฑ์ โดยส่วนที่สูงกว่าพื้น เช่น ตึกรามบ้านช่องต่างๆ ให้ถือเป็นภูเขา พื้นที่ที่เป็นแอ่งน้ำ ก็ให้ถือเป็นน้ำ โดยเฉพาะถนนหนทางในเมือง ศาสตร์นี้ถือว่าเป็นน้ำ มีน้ำก็มีทรัพย์ เพราะน้ำถือเป็นทางเดินของทรัพย์

[2] ผังการเดินดาวในศาสตร์นี้ (บ้านพักอาศัยของคนเป็น) เวลาตรวจดูฮวงจุ้ย จะขึ้นผังดาว โดยใช้เกณฑ์ปีที่สร้างเป็นหลักว่า อยู่ในยุคของดาวดวงใด ซินแสจะเดินดาวให้ว่า ควรหันทิศบ้านอย่างไร จึงจะดีต่อผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนั้น สำหรับบ้านและอาคารทุกประเภท ความสำคัญอยู่ที่ประตูทางเข้า ประตูทางเข้าถึอเป็นน้ำและจะรับกลิ่นอายของฮวงจุ้ย ที่เรียกว่า “ชี่” เข้าสู่บ้าน

[3] การหันตัวบ้านและประตูทางเข้าบ้านอาจหันกันคนละทิศ  มีสำนักฮวงจุ้ยมากมาย ซึ่งแต่ละสำนักก็จะใช้เกณฑ์แตกต่างกันไป ในที่นี้เราจะถือเอาประตูทางเข้าบ้านเป็นหลัก (ไม่ใช่ประตูรั้วบ้าน) หน้าบ้านอาจหันไปทางทิศเหนือในขณะ ที่ประตูเข้าบ้านหลักอาจอยู่ด้านข้างซึ่งเป็นทิศอื่น หลักฮวงจุ้ยจะดูทิศหันของทางเข้านั้นว่า เป็นคุณหรือโทษกับคนในบ้าน

[4] ให้พิจารณาหลักชัยภูมิสิ่งแวดล้อมของบ้าน ดูว่าชัยภูมิที่ตั้งของที่ดินนี้น เข้ากับดวงเจ้าของบ้านหรือไม่ โดยให้พิจารณาหลัก 6 นอก และ 6 ใน 6 นอก ได้แก่ ภูเขา น้ำ ลม แสง เสียง กลิ่น 6 ใน ได้แก่ ตำแหน่งของประตู ทางหรือถนน ที่ตั้งเตาไฟ บ่อเก็บน้ำ ส้วม เครื่องโม่ (เครื่องมือหากิน) หลักสำคัญของ 6 นอก ได้แก่
- ภูเขาพิฆาต ภูเขาในศาสตร์ของฮวงจุ้ยเปรียบเป็นมังกร ในที่นี้ภูเขาพิฆาต จึงแบ่งเป็น 3 ชนิด
- มังกรโหด ได้แก่ หินก้อนใหญ่ๆ ภูเขาชันๆ แม้แต่บ้านหรืออาคาร ทรงแหลมหรือมีมุมเหลี่ยมที่หันเข้าหาที่ของเรา จะส่งผลร้ายกับเรา
- มังกรป่วย ได้แก่ ภูเขาโล้นไม่มีดินไม่มีต้นไม้ มีหินโผล่ หรือแม้แต่บ้านร้างที่หันสู่ที่ดินหรือบ้านของเรา จะส่งกลิ่นอายไม่ดีมาถึงเรา
- ธนูแหลม ได้แก่ ของที่มีความแหลมพุ่ง หรือหันมาหาเรา เมรุเผาศพ
- น้ำพิฆาต ที่ดินที่อยู่ในแนวน้ำไหลในทิศทางที่พุ่งเข้าหา หรือ ที่ดินอยู่ในแนวโค้งนูนของแม่น้ำลำธาร จะได้รับแรงปะทะจากการไหลของน้ำนี้  อีกนัยหนึ่งก็คือ ถ้าที่ดินตั้งอยู่ในแนวน้ำไหลผ่าน หรืออยู่แนวโค้งเว้า ของแม่น้ำลำธาร ก็จะไม่ถูกแรงปะทะนี้
- ลมพิฆาต ลมจากซอกตึก จะเป็นลมที่มีแรงปะทะแรง ซึ่งส่งผลร้าย ต่ออาคารที่ได้รับลมปะทะนั้น
- แสงพิฆาต แสงที่รบกวนสายตาเรา ล้วนเป็นลำแสงพิฆาตทั้งสิ้น เช่น แสงอาทิตย์ที่ส่องไปตกกระทบผิวน้ำแล้วสะท้อนเข้าบ้าน หรือ แสงสะท้อนจากตึกกระจกสะท้อนมาเข้าบ้าน แม้แต่แสงไฟจากรถยนต์ส่องเข้าบ้าน ล้วนเป็นแสงพิฆาตทั้งสิ้น
- เสียงพิฆาต ที่ดินที่ตั้งอยู่ในในที่ที่มีเสียงดัง จะก่อให้เกิดผลร้ายต่อระบบประสาท เช่น ที่ดินใกล้สนามบิน เป็นต้น
- กลิ่นพิฆาต  ที่ดินที่ตึ้งอยู่ในบริเวณที่มีกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ จะส่งผลให้ สุขภาพจิดเสีย เช่น ที่ดินที่อยู่ใกล้กองขยะ เป็นต้น

[5] ประตูใหญ่อยู่ด้านข้าง จากที่กล่าวมาแล้วข้างต้นว่า ประตูจะเป็นทางเข้าของกลิ่นอายฮวงจุ้ย (ชี่)  ดังนั้น หากจะเปิดประตูหลักอยู่ด้านข้าง ควรมีการขึ้นผังดาวตรวจสอบดูก่อนว่า จะจัดวางประตูหลักของบ้านอยู่ทิศใดดี

[6] บ้านใหญ่ประตูเล็ก ถือว่าผิดหลักฮวงจุ้ย ควรให้สมดุลย์กัน กล่าวคือ บ้านขนาดใหญ่ ควรมีประตูใหญ่ บ้านเล็ก ก็ควรมีประตูเล็กเช่นกัน จึงจะเหมาะสม

[7] ต้องการให้ฮวงจุ้ยดี ให้แก้ที่ประตู เวลาตรวจดูฮวงจุ้ย ให้ดูปีที่สร้าง เช่น บ้านที่สร้างในยุคดาว 1 เมื่อเวลาผ่านไป ตำแหน่งดาวเปลี่ยนไป พลังที่ดีคอยส่งผลดีก็อ่อนแรงลง ถ้าต้องการแก้ไขให้ดีต้องแก้ที่ ประตูทางเข้าบ้าน ดาวน้ำจะช่วยในเรื่องของโชคลาภ ส่วนดาวภูเขาจะช่วยเสริมในเรื่องของบริวาร การย้ายประตูควรตรวจดูควบคู่ไปพร้อมกับดวงของเจ้าของบ้านด้วย อย่าทำโดยพละการ

[8] จากข้อ [7] เมื่อย้ายประตูใหม่แล้ว เวลาตรวจดูผังดาว จะใช้ผังดาวในยุคที่ย้ายประตู แทนการใช้ผังดาวยุคที่สร้างบ้านหลังนั้น และประตูเดิมให้ปิดตาย หรือรื้อออกไปเลย

[9] เมื่อประตูลาภ มีบางสิ่งมาบดบัง ให้เปิดประตูทางด้านข้างแทน แล้วใช้ประตูใหม่เป็นทางเข้า-ออกหลักแทน จะช่วยให้ดีขึ้น ไม่ต้องย้ายประตูใหม่

[10] ระดับพื้นห้องโถงภายในบ้าน ต้องอยู่สูงกว่าระดับถนนนอกบ้าน ถ้าต่ำกว่าจะไม่ดี หรือ มีธรณีประตูสูงๆ ก็จะไม่ดีเช่นกัน เพราะธรณีสูงๆ จะสกัดชี่ที่ดีไม่ให้ไหลเข้ามาในบ้าน

[11] ซอกมืด หรือ ที่แสงอาทิตย์ส่องเข้าไปไม่ถึง เพราะมุมมืดนี้จะเป็นที่สิงสถิตย์ของสิ่งไม่ดี ให้แก้โดยการทำช่องเปิดให้แสงแดดส่องเข้ามา

[12] เตาไฟ จะสร้างอยู่ในตำแหน่งใดของบ้านก็ได้ แต่อย่าไปตั้งในตำแหน่งของโชคลาภ จะเสียประโยชน์ไปอย่างน่าเสียดาย หากอยู่ในตำแหน่งดาวน้ำที่ต่างกัน ก็จะส่งผลดี-ร้ายต่างกัน ดังนี้
- ถ้าดาวน้ำ เป็นเลข 1 (เป็นน้ำ) จะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
- ถ้าดาวน้ำ เป็นเลข 3-4 (เป็นไม้) ไม้ก่อให้เกิดไฟ
- ถ้าดาวน้ำ เป็นเลข 8 (เป็นดิน ) ไฟก่อให้เกิดดิน ไม่พิฆาตกัน
- ถ้าดาวน้ำ เป็นเลข 9 (เป็นไฟ) ดีปานกลางแต่ไม่ควรใช้ อาจเกิดอัคคีภัย
- ถ้าดาวน้ำ เป็นเลข 6-7 (เป็นทอง) ไฟเผาทอง พ่อลูกจะทะเลาะกัน
- ถ้าดาวน้ำ เป็นเลข 2-5 (เป็นน้ำ) จะเจ็บป่วย สุขภาพไม่ดี

[13] ตำแหน่งบ่อเกรอะ พยายามหลีกเลี่ยงการวางบ่อเกรอะ ในตำแหน่งดาวน้ำ 5 หรือ 2 เพราะจะก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ หากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ให้แก้โดยการนำต้นไม้จริงเข้าไปไว้ในห้องน้ำ จะช่วยแก้ได้

[14] ยุคสร้างกับยุคต่อเติมเป็นคนละยุคกัน จะนับยุคอย่างไร มีหลักเกณฑ์คร่าวๆ ดังนี้
สมมติว่า สร้างบ้านในยุค 7 แล้วมาต่อเติมบ้านใหญ่ขึ้นในยุค 8 ถ้ายังคงใช้ประตูเขัาออกทางเดิมเป็นหลัก ให้ถือว่าบ้านหลังนั้นยังอยู่ยุค 7 ถ้าใช้ประตูเดิมและประตูในส่วนต่อเติมใหม่ ให้ถือเป็นบ้าน 2 ยุค ถ้าปิดหรือรื้อประตูทางเข้า-ออกเดิม แล้วใช้ประตูในส่วนต่อเติมใหม่ ให้ถือว่าเป็นยุค 8 ปัจจัยที่เป็นตัวบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนยุค ได้แก่
- รื้อทิ้งทั้งหลังแล้วสร้างใหม่ทั้งหลัง
- ทาสีประตูใหม่
- ตกแต่งใหม่ โดยให้คนทั้งครอบครัวย้ายออกไปหมด โดยมีการทิ้งร้างประมาณ 9 วันขึ้นไป พองานเสร็จก็หาฤกษ์ย้ายกลับมาอยู่ใหม่
- เปิดหลังคาให้แสงส่องเข้าแล้วมุงหลังคาใหม่ ถือเป็นการเปลี่ยนยุค
- เปลี่ยนองศาประตูเข้าบ้าน

[15] การกั้นห้องภายใน ไม่ว่าจะกั้นอย่างไร ถ้าไม่ได้เปลี่ยนประตูทางเข้า ก็ถือว่า เป็นดาวยุคเดิม

[16] ในอาคารที่เป็นอาคารหลังเดียว แต่อยู่กันหลายๆ ครอบครัว เช่น แฟลต คอนโดมิเนียม เป็นต้น การเดินผังดาวให้ใช้ผังจากประตูหลักเข้าอาคารหลังนั้น โดยตำแหน่งแต่ละยูนิตในอาคารหลังนี้จะรับพลังไม่เท่ากัน

[17] จากข้อ [16] อาคารที่มีหลายๆ ครอบครัวอยู่ด้วยกัน การเดินดาวใช้ผังหลักของอาคารหลังเป็นหลัก แม้ประตูทางเข้าแต่ละยูนิต จะหันคนละทิศกับทางเข้าหลักของอาคารหลังนั้นก็ตาม ไม่ต้องหันผังดาวตามประตูทางเข้ายูนิตย่อย

[18] ดาวหน้าบ้านเข้าตะรางแต่ขังไม่อยู่ ข้อนี้ท่านที่ไม่มีพื้นความรู้ทางด้านฮวงจุ้ยอยู่ก่อน อ่านแล้วอาจไม่เข้าใจ นั่นก็คือ สมมติว่าหน้าบ้าน เป็นตำแหน่งดาวหมายเลข 8  พอขึ้นยุคดาว 8 ดาว 8 จะเข้ามาอยู่ตรงกลางในผังเดินดาวใหม่ อย่างนี้เรียกว่า โดนขัง แต่บังเอิญเป็นดาวเลขคู่ 2-4-6-8 จึงขังไม่อยู่ หากเป็นดาวเลขคี่ 1-3-7-9 ก็จะถูกขังอยู่ การถูกขังจะทำให้พลังดาวดวงนั้นอ่อนแรงลง

[19] สำหรับร้านค้า โชคลาภจะเข้าทางประตู และให้คำนึงถึง ที่นั่งของผู้จัดการ การเงิน แคชเชียร์ ตำแหน่งเจ้าที่ ในตำแหน่งดาวน้ำที่รุ่งเรือง ซึ่งได้แก่ ดาวหมายเลข 7-8-9

[20] ดาวชนิดเดียวกัน จะช่วยเสริมพลังให้ดีมากขึ้น เช่น ในยุคดาว 8 ซึ่งดาว 8 เป็นน้ำ หากในเดือนที่เป็นดาวน้ำ เช่น ดาว 1 กับ ดาว 2 เป็นน้ำเช่นกัน ช่วงเดือนนั้นก็จะเสริมพลังให้ดีขึ้น แต่ก็จะมีข้อเสียบ้าง เช่น
- ดาวปี เป็นดาว 8 มีดาวน้ำ 1 มา จะดีในเรื่องโชคลาภ แต่จะไม่ดีเพราะ จะเสียทรัพย์
- ดาวปี เป็นดาว 8 มีดาวน้ำ 2 มา จะดีในเรื่องโชคลาภเช่นกัน แต่จะเสียในเรื่องของการเจ็บไข้ได้ป่วย
- ดาวปี เป็นดาว 8 มีดาวน้ำ 8 มา จะดีมากในเรื่องโชคลาภ และไม่มีข้อเสียที่ต้องแก้
ดังนั้น ควรมีการแก้ข้อเสีย สำหรับดาวแต่ละดวง

[21] ต้นไม้ กับ ต้นไผ่ ในที่โล่งที่ไม่มีภูเขา ถือว่า ต้นไม้เป็นดาวภูเขา ดังนั้น ในตำแหน่งดาวน้ำ หากมีต้นไม้ ต้นไม้จะบดบังพลังของน้ำไป แต่ถ้าเป็นต้นไผ่ จะไม่มีผลเสีย เนื่องจาก การพลิ้วไหวของต้นไผ่ถือเป็นน้ำ

[22] บ้านเรือน หรือ ห้องที่อยู่ในตำแหน่งดาว 1 จะเป็นตำแหน่งของความโชคร้าย และความตาย หากมีของแหลมหันมา จะสะกิดให้ส่งพลังร้ายออกมา ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยง เมรุเผาศพ เสาไฟฟ้า เสาธง ป้ายโฆษณา เป็นต้น แม้แต่ เขาสัตว์ หากแขวนอยู่ในตำแหน่งที่ว่านี้ก็จะไม่ดี

[23] โชคลาภและลูกหลาน เงินทองโชคลาภให้ดูที่ดาวน้ำ ส่วนลูกหลานให้ดูจากดาวภูเขา

[24] ความอับโชคอับเฉาเป็นทวีคูณ ดาวน้ำ 5-3-2-1 อยู่หน้าบ้าน ถ้าเข้าสู่ดาวยุคนั้นๆ จะเกิดภัยร้ายแรง เช่น มีดาวน้ำ 5 อยู่หน้าบ้าน เมื่อเข้าสู่ยุคของดาว 5 ความโชคร้ายจะแรงขึ้นเป็นสองเท่า
- ดาว 5 เป็น ดาวของภัยพิบัติ
- ดาว 3 เป็น ดาวของการทะเลาะวิวาท
- ดาว 2 เป็น ดาวของโรคภัยไข้เจ็บ
- ดาว 1 เป็น ดาวของความลุ่มหลง เสน่หา

[25] ผี ปีศาจ และ สิ่งแปลกๆ ในตำแหน่งที่อับโชค ซ้ำร้ายมีสิ่งมาสะกิดความไม่ดีเหล่านั้น เช่น ภูเขาสูง (หรืออาคารสูง) มาบดบังแสงแดดส่องไม่ถึงภายในบ้าน จะส่งผลเสียมากขึ้น ในตำแหน่งที่เป็นอิมจะเกิดผี ในตำแหน่งที่เป็นเอี้ยงจะเกิดสิ่งแปลกๆ ขึ้น

[26] ลู่ชี่ (ทางเดินของพลัง) ชี่จะมาตามทาง หากอาคารใดมีการเปิดประตูหน้าบ้านกับหลังบ้านตรงกัน ชี่ที่ดีหรือร้ายก็ผ่านทะลุเข้ามาโดยง่าย ถ้าเป็นชี่แห่งโชคลาภ ก็จะเก็บลาภไม่อยู่

[27] บ่อน้ำ ในบ้านแบบโบราณ จะให้ความสำคัญกับตำแหน่งที่ตั้งบ่อน้ำ แต่สำหรับบ้านสมัยใหม่ จะพิจารณาตำแหน่งที่ตั้งของถังเก็บน้ำ แทนตำแหน่งของ ก๊อกน้ำ ซิงค์น้ำ เป็นต้น ตำแหน่งทางเข้าน้ำ ควรอยู่ในตำแหน่งที่ดาวน้ำดี  ทางน้ำเข้า หมายถึง ทางเข้าของเงินทอง

[28] เจดีย์ ถือเป็นธาตุไม้ เพราะ มีทรงสูง จะส่งพลังดี-ร้ายต่างกัน แล้วแต่ตำแหน่งของเจดีย์
- หากอยู่ในตำแหน่งดาว 1-4 จะดีในเรื่องของการศึกษา
- หากอยู่ในตำแหน่งดาว 1-6 จะดีในเรื่องตำแหน่งการงาน ยศฐาบรรดาศักดิ์
- หากอยู่ในตำแหน่งดาว 7-9 จะร้ายในเรื่องของการเกิดอัคคีภัย
- หากอยู่ในตำแหน่งดาว 2-5 จะร้ายในเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ

[29] สะพาน ถือเป็นน้ำเช่นเดียวกับถนนที่มีการเคลื่อนไหว หากอยู่ในตำแหน่งที่ต้องการน้ำก็จะดี ถ้าเป็นตำแหน่งที่ไม่ต้องการน้ำ อาจจะไม่ดี สะพานหิน สะพานคอนกรีต สะพานเหล็ก จะมีพลังมากกว่าสะพานไม้

[30] มุมที่นา หมายถึง บ้านของเรา ปลูกสร้างอยู่บนที่ดินของเรา แต่มีมุมที่ดินแปลงอื่นชี้มุมเข้าหาที่ดินของเรา ซึ่งปลายแหลมนั้นจะกระตุ้นให้เกิดผลร้าย ถ้าอยู่ในตำแหน่งดาว 7-8-9  ต้องทำการแก้ไข

———————————————————————————-

หมายเหตุ!!!!!!!!!!!! ผู้สนใจที่ต้องการศึกษาวิชาฮวงจุ้ย ดวงจีน ฤกษ์ยาม และ หลักวิชาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในระบบโหราศาสตร์จีนอย่างเป็นระบบ และ มีแบบแผน กรุณาตรวจสอบจากตารางการเรียนการสอนของ www.jongha108.com สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 085-088-8388, 081-889-1313

หรือหากต้องการศึกษาวิชาฮวงจุ้ย ดวงจีน ฤกษ์ยาม และ หลักวิชาอื่นๆ ขั้นสูง ระดับปรมาจารย์ เพื่อนำไปใช้งานอย่างมืออาชีพ (เทียบเท่าซินแซมืออาชีพ) กรุณาอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมใน www.sacmthai.com

Comments are closed.