ฮวงจุ้ย: การวัดองศาของบ้าน

feature photo

การวัดองศาของบ้าน เพื่อนำองศามาใช้ในการปรับแต่งแก้ไขฮวงจุ้ยนั้น ควรใช้เข็มทิศที่มีมาตรฐานอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ไม่จำเป็นต้องใช้เข็มทิศแบบซินแซ (หล่อแก/หลัวจิงผาน) เนื่องจาก มีราคาค่อนข้างแพง ซึ่งท่านที่ไม่เคยศึกษาวิชาฮวงจุ้ยในชั้นสูง อาจไม่เข้าใจถึงวิธีการใช้งาน แต่ถ้าหากจะใช้เข็มทิศธรรมดาในการวัดองศา ควรพิจารณาเลือกเข็มทิศที่มีคุณภาพดี เพื่อไม่ให้องศาที่ได้จากการวัดมีความผิดพลาด เพราะว่า การวัดองศาที่ผิดพลาด จะนำมาซึ่งการคำนวณหา ตำแหน่งดีและตำแหน่งร้าย ผิดพลาดทั้งหมด ฉะนั้น ควรพิจารณาให้รอบคอบ และควรวัดหลายๆ ครั้ง แล้วจึงหาค่าเฉลี่ยขององศาที่ได้ เพื่อให้เกิดความใกล้เคียงกับองศาที่แท้จริงมากที่สุด

การกำหนดทิศหน้าหันของบ้าน

ก่อนที่จะลงมือวัดองศาของบ้าน สิ่งสำคัญที่ผู้สนใจศึกษาฮวงจุ้ยควรพิจารณา คือ ตำแหน่งของทิศหน้าหัน ทิศหน้าหันของบ้าน จะเป็นตัวบ่งบอกว่าบ้านของเราหันไปในทิศทางไหน ในบางครั้งอาจมีคนตั้งคำถามว่า “ประตูหน้าบ้านไง คือ ทิศหน้าหันของบ้าน” โดยส่วนใหญ่จะเป็นเช่นนั้น แต่ในปัจจุบันนี้ มีสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ รูปทรงแปลกๆ ออกมามากมาย ทำให้ทิศหน้าหันของบ้านอาจไม่ใช่ประตูหน้าบ้านอย่างที่เคยเป็นมา ในวิชาฮวงจุ้ยมีหลักเกณฑ์การพิจารณาหาทิศหน้าหัน ต้องประกอบด้วยปัจจัยสำคัญ ได้แก่

1. บริเวณนั้นต้องสว่าง หรือ ได้รับแสงมาก

2. มีถนน หรือ พื้นที่โล่ง

3. มีการสัญจรไปมา หรือ เป็นที่สัญจรไปมาของคน

คุณสมบัติทั้ง 3 ข้อ ควรพิจารณาให้สำคัญ เพราะว่า การกำหนดทิศหน้าหันผิดพลาด จะทำให้การแก้ไขฮวงจุ้ยผิดพลาดไปหมด แต่โดยส่วนมาก ตำแหน่งประตูหน้าบ้าน จะเป็นตำแหน่งของทิศหน้าหัน เนื่องจาก มีคุณสมบัติตามที่กล่าวข้างต้นถึง 2 ข้อ จาก 3 ข้อ

การวัดองศาของบ้าน

เมื่อเรากำหนดทิศหน้าหันของบ้านได้แล้ว ขั้นต่อไปก็คือ การวัดองศาของบ้าน เพื่อดูบ้านว่าอยู่ในทิศอะไร เครื่องมือที่ใช้ คือ เข็มทิศ

เข็มทิศ (Magnetic Compass) เป็นเครื่องมือใช้หาทิศทาง มีเข็มแม่เหล็กที่แกว่งไกวได้อิสระในแนวนอน ทอดตัวแนวเหนือ-ใต้ ตามแรงดึงดูดของแม่เหล็กโลก และที่หน้าปัดมีส่วนแบ่งสำหรับหาทิศทางโดยรอบ เข็มทิศมีปลายชี้ไปทางทิศเหนือ (อักษร N หรือ น) เสมอ ถ้าเราลองดูที่ตัวเข็มของเข็มทิศ จะมีการทาสีไว้ที่ตัวเข็ม ทิศเหนือจะทาสีแดงไว้ที่เข็มทิศ และ ทิศใต้จะทาสีดำ (แต่บางรุ่นของเข็มทิศ จะเป็นสีแดงกับสีขาว ทางที่ดีควรสอบถามจากร้านค้าที่ซื้อมา เพื่อที่จะมั่นใจได้ว่า สีแดงจะชี้ทิศเหนือ) เมื่อทราบทิศเหนือแล้วก็ย่อมหาทิศอื่นได้ โดยหันหน้าไปทางทิศเหนือ ด้านขวามือเป็นทิศตะวันออก ด้านซ้ายมือเป็นทิศตะวันตก ด้านหลังเป็นทิศใต้ ดังรูป

เข็มทิศ

ส่วนประกอบของเข็มทิศ
1. แผ่นฐานเป็นตัววัตถุโปร่งใส
2. ที่ขอบมีมาตราส่วนเป็นนิ้ว หรือเซนติเมตร
3. มีลูกศรชี้ทิศทาง
4. ตลับเข็มทิศเป็นวงกลมหมุนได้ บนกรอบหน้าปัดของเข็มทิศมีสเกลตั้งแต่ 0 ถึง 360 เป็นหน่วยองศาแบริ่ง
5. ปลายเข็มทิศเป็นแม่เหล็กสีแดง จะชี้ไปทางทิศเหนือเสมอ
6. ชื่อตำแหน่ง สำหรับอ่านค่าองศาที่ได้จากการวัด จะอยู่ตรงปลายลูกศรชี้ทิศทาง

ส่วนประกอบเข็มทิศ

รูปแสดงส่วนประกอบของเข็มทิศ

วิธีการวัดองศาของบ้านโดยใช้เข็มทิศ

ขั้นตอนการวัดองศาของบ้านโดยใช้เข็มทิศ มีดังนี้

[1] วางเข็มทิศบนพื้นราบ หรือ ถือเข็มทิศให้กระชับมั่นคง อยู่ในแนวตั้งฉากกับพื้น โดยให้แน่ใจว่า หันหัวของเข็มทิศ  (ด้านที่มีลูกศรชี้) เข้าหาตัวบ้านที่ต้องการวัด

[2] เข็มทิศควรห่างจากเครื่องมือสื่อสาร อย่างน้อย 2 เมตร

[3] บริเวณที่วัดองศาควรปลอดจากวัสดุที่เป็นเหล็กประมาณ 2 เมตร หากสถานที่วัดองศา อยู่ใกล้หม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ อาจทำให้การวัดองศาคลาดเคลื่อนได้

[4] ตำแหน่งที่จะทำการวัด ควรกำหนดไว้ 3 จุด ได้แก่ กึ่งกลางประตูหน้าบ้าน ตำแหน่งที่ห่างจากตำแหน่งกลางประตูบ้านออกไปทางซ้ายมือ และ ตำแหน่งที่ห่างจากตำแหน่งกลางประตูบ้านออกไปทางขวามือ เพื่อให้เกิดความใกล้เคียงกับองศาที่แท้จริงมากที่สุด แล้วนำค่าองศาที่ได้มาหาค่าเฉลี่ย

ข้อควรระวัง การวัดทุกตำแหน่ง ควรยืนได้ฉากกับกับตำแหน่งที่ทำการวัด อาจใช้เส้นเอ็นหรือเชือกขึง เพื่อให้เกิดความแม่นยำ

[5] มองดูที่หน้าปัดเข็มทิศแล้วค่อยๆ หมุนตลับเข็มทิศ ปรับให้หัวเข็มทิศสีแดงตรงกับตัวอักษร N ดังรูป

[6] เมื่อปรับเข็มตรงกับทิศเหนือแล้ว อ่านค่าตัวเลขที่มองเห็นจากหน้าปัดเข็มทิศ  ณ ตำแหน่งสำหรับอ่านค่าองศา จะได้องศา ซึ่งเป็นทิศนั่งของบ้าน ดังรูป

การใช้เข็มทิศ

ตัวอย่าง บ้านหลังหนึ่ง กว้าง 4 เมตร องศาที่ได้จากการวัด มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

- ตำแหน่งกลางประตูบ้าน สมมติว่า อ่านค่าได้ = 310 องศา
- ตำแหน่งที่ห่างจากตำแหน่งกลางประตูบ้านออกไปทางซ้าย 2 เมตร หรือ ตรงแนวกำแพงบ้านด้านข้าง สมมติว่า อ่านค่าได้ = 318 องศา
- ตำแหน่งที่ห่างจากตำแหน่งกลางประตูบ้านออกไปทางขวา 2 เมตร หรือ ตรงแนวกำแพงบ้านด้านข้าง สมมติว่า อ่านค่าได้ = 330 องศา

นำค่าองศา ณ ตำแหน่งที่วัดทั้ง 3 จุด มาหาค่าเฉลี่ย โดยมีขั้นตอนการหาอย่างง่ายๆ ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1: นำตัวเลขที่ได้มาบวกกัน = 310+318+330 = 958
ขั้นตอนที่ 2: จำนวนจุดที่วัดองศา = 3
ขั้นตอนที่ 3: ค่าเฉลี่ย = นำตัวเลขที่ได้มาบวกกันแล้วหารด้วยจำนวนจุดที่วัดองศา = 958 / 3 = 319

ดังนั้น องศาที่เป็นทิศนั่งของบ้านหลังนี้ เท่ากับ 319 องศา

การวัดองศาของบ้าน

รูปแสดงตำแหน่งที่วัดองศาของบ้าน

เมื่อหาองศาที่เป็นทิศนั่งของบ้านได้แล้ว นำองศาดังกล่าวมาเทียบกับตาราง 24 ขุนเขา จะทราบว่าบ้านของท่านอยู่ในขุนเขาใด เช่น องศาที่เป็นทิศนั่งของบ้าน เท่ากับ 319 องศา เมื่อเทียบกับตาราง 24 ขุนเขา จะเห็นว่า องศาที่ 319 ตกอยู่ในช่วงองศา 307.5-322.4 องศา แสดงว่า บ้านหลังนี้นั่งอยู่ในขุนเขา เคี้ยง (乾) หรือ ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ 2

ตาราง 24 ขุนเขา

ทิศ
24 ขุนเขา
องศาุ

เหนือ

เหนือ 1
หยิ่ม
337.5-352.4

เหนือ 2

จื้อ
352.5-7.4

เหนือ 3

กุ่ย
7.5-22.4

ตะวันออกเฉียงเหนือ

ตะวันออกเฉียงเหนือ 1
ทิ่ว
22.5-37.4

ตะวันออกเฉียงเหนือ 2

กึ่ง
37.5-52.4

ตะวันออกเฉียงเหนือ 3

อิ๊ง
52.5-67.4

ตะวันออก

ตะวันออก 1
กะ
67.5-82.4

ตะวันออก 2

เบ้า
82.5-97.4

ตะวันออก 3

อิก
97.5-112.4

ตะวันออกเฉียงใต้

ตะวันออกเฉียงใต้ 1
ซิ้ง
112.5-127.4

ตะวันออกเฉียงใต้ 2

สุ่ง
127.5-142.4
..ตะวันออกเฉียงใต้ 3
จี๋
142.5-157.4

ใต

ใต้ 1
เปี้ย
157.5-172.4

..ใต้ 2
โง่ว
172.5-187.4

..ใต้ 3
เต็ง
187.5-202.4

ตะวันตกเฉียงใต้

ตะวันตกเฉียงใต้ 1
บี่
202.5-217.4

..ตะวันตกเฉียงใต้ 2
คุง
217.5-232.4

..ตะวันตกเฉียงใต้ 3
ซิม
232.5-247.4

ตะวันตก

ตะวันตก 1
แก
247.5-262.4

..ตะวันตก 2
อิ้ว
262.5-277.4

..ตะวันตก 3
ซิง
277.5-292.4

ตะวันตกเฉียงเหนือ

ตะวันตกเฉียงเหนือ 1
สุก
292.5-307.4

..ตะวันตกเฉียงเหนือ 2
เคี้ยง
307.5-322.4

..ตะวันตกเฉียงเหนือ 3
ไห
322.5-337.4

———————————————————————————-

หมายเหตุ!!!!!!!!!!!! ผู้สนใจที่ต้องการศึกษาวิชาฮวงจุ้ย ดวงจีน ฤกษ์ยาม และ หลักวิชาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในระบบโหราศาสตร์จีนอย่างเป็นระบบ และ มีแบบแผน กรุณาตรวจสอบจากตารางการเรียนการสอนของ www.jongha108.com สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 085-088-8388, 081-889-1313

หรือหากต้องการศึกษาวิชาฮวงจุ้ย ดวงจีน ฤกษ์ยาม และ หลักวิชาอื่นๆ ขั้นสูง ระดับปรมาจารย์ เพื่อนำไปใช้งานอย่างมืออาชีพ (เทียบเท่าซินแซมืออาชีพ) กรุณาอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมใน www.sacmthai.com

Comments are closed.